มีรายได้เกิน 1.8 ล.ต่อปี ระวังถูกเรียกภาษีย้อนหลัง

วันที่ 20 พฤษภาคม 2020
  9,434 views

การทำธุรกิจทุกวันนี้มีหลายคนที่รับงานเป็นจ๊อบๆ หรือเป็น “ฟรีแลนซ์” พอเสร็จงานก็รับเงิน ผู้จ้างก็จะหัก ณ ที่จ่าย เพื่อนำส่งให้สรรพากร บางคนก็อาจจะมีรายได้ดีเกินกว่า 1.8 ล./ปี ก็คิดว่ายื่นนำส่งภาษีถูกต้องแล้ว แต่ปรากฏว่าโดนเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

การที่เราไปรับงานและถูกหัก ณ ที่จ่าย ผู้มีหน้าที่หักภาษี เขาจะนำส่งภาษีไปที่สรรพากร ทำให้สรรพากรจะมีข้อมูลรายรับของผู้รับจ้างบันทึกไว้ และคุณอาจจะโชคดีที่เจ้าหน้าที่เจอข้อมูลของคุณว่ามีรายได้รวมเกินกว่า 1.8 ล. และประเมินภาษีส่วนที่คุณจะต้องจ่ายเพิ่ม คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT นั่นเอง เพราะตามที่กฏหมายกำหนดไว้ ถ้ามีรายได้เกิน 1.8 ล้าน ต้องยื่นจดภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่รายได้เกิน (มาตรา 85 ในประมวลรัษฎากร) ในกรณีที่เราไม่ได้คิด VAT จากผู้ว่าจ้าง ภาระทางภาษีก็จะตกเป็นของผู้รับจ้างหรือผู้รับเงินไปในทันที

เช่น คุณมีรายได้ในปีนั้น 2 ล้านบาทแต่ไม่ได้ยื่นจด VAT ภาษีที่จะต้องถูกเรียกย้อนหลัง ไม่ใช่จาก 2 ล้าน แต่เป็นส่วนที่เกินจาก 1.8 ล้าน คือ 200,000 ภาษีที่จะต้องชำระเพิ่มในปีนั้น คือ 14,000 บาท (อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) แต่ถ้ายังไม่จด รายได้ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่ว่าจะเท่าไรก็ตามก็จะถูกคำนวณ VAT ทั้งหมด เพราะถือว่าคุณมีรายได้เกินกว่าที่กฏหมายกำหนดไว้แล้ว และหากยังไม่ชำระก็จะมีเบี้ยปรับเงินเพิ่มทำให้ต้องเสียภาษีให้อัตราที่สูงกว่าปกติ

หากคุณยังไม่ต้องการจด VAT ก็จะต้องคอยตรวจสอบรายรับว่าถึงเกณฑ์หรือยัง การทำบัญชีรับจ่ายส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญไม่ควรละเลย หากปล่อยและไม่สนใจอาจจะสร้างปัญหาในคุณได้ในอนาคต