เที่ยวสงกรานต์ได้ลดหย่อนภาษี 9-17 เม.ย.นี้ พร้อมต่ออายุกระตุ้นท่องเที่ยวอีก 1 ปี

วันที่ 30 มีนาคม 2016
  1,311 views

มาตรการลดหย่อนภาษีสงกรานต์

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในส่วนของการรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยให้ประชาชนสามารถนำใบกำกับภาษีที่ได้จากทางร้านอาหารที่ไปใช้บริการในช่วงวันที่ 9-17 เม.ย.59 นำไปหักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 บาท

พร้อมกันนี้ ที่ประชุม ครม.ยังได้ต่ออายุมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้สามารถนำใบกำกับภาษีมาหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15,000 บาทและนำค่าใช้จ่ายฝึกอบรมลดหย่อนภาษีได้ด้วย โดยต่อไปอีก 1 ปีจนถึง 31 ธ.ค.59 ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.59

นางกอบกาญจน์ กล่าวว่า มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายช่วงสงกรานต์ 9-17 เม.ย.59 เน้นไปที่การใช้จ่ายในร้านอาหาร โดยสามารถนำใบกำกับภาษีมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ไม่เกิน 15,000 บาท ส่วนการต่ออายุมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นให้สามารถนำใบเสร็จมาหักภาษีเงินได้ได้ไม่เกิน 15,000 บาท

ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าการออกมาตรการดังกล่าวจะกระชั้นชิดเกินไปนั้น นางกอบกาญจน์ เชื่อว่า ไม่มีปัญหา เพราะร้านอาหารน่าจะทำได้เลยและยังช่วยให้ร้านอาหารเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้นด้วย ขณะที่คาดว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ช่วง 5-7 วันจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 20% โดยมาจากคนไทยท่องเที่ยวในประเทศราว 2.1 ล้านคน และจากชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยว 4.2 แสนคน ทำรายได้จากการท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีท่องเที่ยวและรับประทานอาหาร โดยเฉพาะค่าอาหารนั้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีไม่เกิน 15,000 บาทในช่วงวันที่ 9-17 เม.ย.ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมของครอบครัวที่จะเกิดในช่วงวันหยดุยาว นอกจากนี้ ร้านอาหารจะได้ประโยชน์ด้วย และเชื่อว่าจะทำให้ร้านอาหารเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น

ขณะที่มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ด้วย รวมทั้งสองมาตรการจะสามารถหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 30,000 บาท

สำหรับมาตรการนี้เชื่อว่ากระทบต่อรายได้ของภาครัฐไม่มากนัก แต่เป็นการส่งเสริมรายได้จากภาษีในส่วนอื่นให้เกิดขึ้นมากกว่า

อ้างอิง: https://news.google.co.th/news