SME มาขึ้นทะเบียนทำบัญชีถูกต้อง ไม่โดนสอบภาษีย้อนหลัง เริ่ม 1 ม.ค.59

วันที่ 4 มกราคม 2016
  2,681 views

ecacc_590104

ของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลมอบให้กับ SME โดยให้บริษัท ห้าง ร้าน ที่สนใจไปขึ้นทะเบียนไว้กับกรมสรรพากรว่าจะทำบัญชีอย่างถูกต้อง โปร่งใส ก็จะได้รับการยกเว้นการตรวจสอบรายการค้าที่เกิดขึ้นก่อน 1 มกราคม 2559 และเริ่มบันทึกรายการอย่างถูกต้องตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไปจะไม่มีการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง โดย พรก.ฉบับนี้มีผลเฉพาะกิจการที่มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาทต่อปี

รัฐบาลได้ออก พระราชกําหนดยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2558 เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกําหนดฉบับนี้ เพื่อให้ระบบการจัดเก็บภาษีเงินได้สําหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น และเป็นการสนับสนุนให้มีการจัดทําบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของกิจการ ซึ่งหากไม่ดําเนินการโดยเร่งด่วน จะส่งผลให้รัฐต้องสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีอันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบกับเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรที่ต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ จึงจําเป็นต้องตราพระราชกําหนดนี้

บริษัทหรือห้างนิติบุคคลที่มีสิทธิได้รับการยกเว้นจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

มาตรา ๔ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งมีรายได้ไม่เกินห้าร้อยล้านบาทที่เกิดขึ้น ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ผ่านมาและมีกําหนดครบสิบสองเดือน โดยวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุด ก่อนหรือในวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้รับยกเว้นจากการตรวจสอบ ไต่สวน ประเมินหรือสั่งให้ เสียภาษีอากร และความผิดทางอาญาตามประมวลรัษฎากร สําหรับรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชี ที่มีวันเริ่มต้นก่อนวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ หรือมูลค่าของฐานภาษี รายรับ หรือการกระทํา ตราสารที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙

และจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้

มาตรา ๖ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จะได้รับการยกเว้นตามมาตรา ๔ ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ทําการจดแจ้งต่อกรมสรรพากร ว่าเป็นผู้ได้รับยกเว้นตามพระราชกําหนดนี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และภายในเวลาที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกําหนด

(๒) ยื่นรายการในการคํานวณภาษีเงินได้สําหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล พร้อมชําระภาษี สําหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่มีวันสุดท้ายแห่งกําหนดเวลาในการยื่นรายการ ในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

(๓) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ แล้วแต่กรณี ในกรณีบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องยื่นตามที่ประมวลรัษฎากรบัญญัติไว้ พร้อมชําระภาษี ถ้ามี ทั้งนี้ สําหรับการยื่นแบบแสดงรายการที่ต้องกระทําในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

(๔) ยื่นแบบขอเสียอากรเป็นตัวเงิน สําหรับตราสารที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดให้ชําระอากร เป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร และต้องชําระเงินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อากรแสตมป์ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

(๕) มีการจัดทําบัญชีและงบการเงินให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการตั้งแต่ รอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป

(๖) ไม่กระทําการใด ๆ ที่เป็นการหลีกเลี่ยงภาษีอากร นับแต่วันที่พระราชกําหนดนี้ใช้บังคับ

พรก.ฉบับนี้ไม่ได้มีผลกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั้งหมด มีข้อยกเว้นในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอยู่ระหว่างการตรวจสอบภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร โดยมีหมายเรียกที่ออกก่อนวันที่พระราชกําหนดนี้ใช้บังคับ

(๒) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าพนักงานประเมิน ตามมาตรา ๘๘/๓ แห่งประมวลรษฎากร ั ที่ดําเนินการก่อนวันที่พระราชกําหนดนี้ใช้บังคับ

(๓) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นผู้ออกใบกํากับภาษีปลอมหรือเป็นผู้ใช้ใบกํากับภาษีปลอม หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกระทําการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีอากร โดยแสดงรายจ่ายอันเป็นเท็จ ต่อกรมสรรพากร

(๔) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอยู่ในระหว่างการดําเนินคดีในชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ หรือชั้นศาล

พรก.ฉบับนี้ได้ประกาศใช้ในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559 แล้ว สามารถดูข้อมูลโดยละเอียดได้ตามลิงค์นี้

http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2559/A/001/1.PDF

จริงๆ แล้วการทำบัญชีให้ถูกต้องนั้นง่ายกว่าการที่จะหลบเลี่ยงภาษี เพราะการบันทึกรายการจะต้องมีเอกสารอ้างอิงซึ่งมีที่มาที่ไปชัดเจนจึงจะบันทึกรายการได้ แต่การหลีกเลี่ยงภาษีจะต้องสร้างหลักฐานเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาเอง ถ้ามีการตรวจยันรายการก็จะพบได้ทันที